harddisk-tool

Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ฟรี | จัดเรียงข้อมูล Win11

ดาวน์โหลดโปรแกรม Auslogics Disk Defrag Pro 2025 Full ตัวเต็มถาวร ฟรี โปรแกรม Disk defragment ดีที่สุด ทำให้ความเร็วคอมเพิ่มขึ้น ลื่นไหลมากขึ้น ตัวใหม่ล่าสุด

25 MB Windows 7 / Windows 8.1 /Windows 11/10 1 ลิงก์ดาวน์โหลด

Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 คือโปรแกรมจาก Auslogics ที่รวมไฟล์ติดตั้ง วิธีใช้งาน และลิงก์ดาวน์โหลดไว้ให้ครบในหน้าเดียว ขนาดไฟล์ 25 MB รองรับMultilingual

Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 คืออะไร และดาวน์โหลดได้ที่ไหน

Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 คือโปรแกรม พัฒนาโดย Auslogics ดาวน์โหลดได้จากหน้านี้ ขนาดไฟล์ 25 MB ใช้งานบน Windows ได้ทันทีหลังติดตั้ง

ข้อมูลสรุปของไฟล์

  • ขนาดไฟล์: 25 MB
  • ประเภทไฟล์: RAR
  • ระบบที่รองรับ: Windows 7 / Windows 8.1 /Windows 11/10
  • ภาษา: Multilingual
  • ผู้พัฒนา: Auslogics
  • รหัสแตกไฟล์: mawto
  • ค่าใช้จ่าย: โหลดฟรี ไม่ต้องลงทะเบียน

ขั้นตอนโดยย่อคือ กดปุ่มดาวน์โหลดในกล่องด้านบน รอลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์ แตกไฟล์ ด้วยรหัส mawto แล้วเปิดตัวติดตั้งด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ รายละเอียดทีละขั้นอยู่ในหัวข้อวิธีติดตั้งด้านล่าง

ดาวน์โหลดโปรแกรม Auslogics Disk Defrag Pro 2025 Full ตัวเต็มถาวร ฟรี โปรแกรม Disk defragment ดีที่สุด ทำให้ความเร็วคอมเพิ่มขึ้น ลื่นไหลมากขึ้น ตัวใหม่ล่าสุด

เกี่ยวกับ Auslogics Disk Defrag

Auslogics Disk Defrag คือโปรแกรม defragment harddisk หรือโปรแกรมจัดเรียงฮาร์ดดิสก์ ที่จะทำการจัดระเบียบระบบไฟล์ต่างๆในคอมของเรานั้นให้อยู่เป็นระเบียบมากขึ้น ทำให้ Harddisk เรานั้นเข้าถึงไฟล์ต่างๆในเวลาที่น้อยลงนั่นเองครับซึ่งเวลาที่น้อยลงนั่นก็หมายถึงว่าเข้าถึงเร็วขึ้นนั่นแหละครับ ซึ่งการ Defrag นี่แหละครับจะทำให้เรานั้นสามารถที่จะเรียกโปรแกรม หรือเปิดไฟล์ต่างๆนั้นได้ในเวลาน้อยลงนั่นเอง

ถ้าขยายความในความหมายของระบบวินโดวส์ เวลาที่เราใช้คอมฯ ใช้ไปอาทิตย์หนึ่ง เดือนหนึ่ง ปีหนึ่ง มันก็จะเกิดอาการ “Fragment” ก็คือไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์งานของเรา ไฟล์ของระบบโปรแกรม หรือแม้กระทั่งไฟล์ของระบบวินโดวส์เอง เริ่มอยู่กระจัดกระจายไปทั่วฮาร์ดดิสก์ ซึ่งมีผลทำให้การเรียกใช้งานในส่วนต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ช้าลง เพราะมันต้องใช้เวลารวบรวมไฟล์ระบบหรือข้อมูลที่จำเป็นต่อการประมวลผลนั้นๆ มากกว่าปกติ ซึ่งคำว่า defragment ก็ตรงข้ามกับ fragment คือมันจะไปจัดเรียงข้อมูลไม่ให้กระจายกันอยู่ ทำให้ใช้เวลาในการอ่านและเขียนน้อยลง ส่งผลให้ความเร็วของระบบโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

ข้อแตกต่างของ Pro และ Ultimate

ข้อแตกต่างของ Auslogics Disk Defrag Pro และ Auslogics Disk Defrag Ultimate คือ Ultimate จะมีฟังค์ชันที่ครบกว่า ส่วน Pro จะมีหน้าตาที่ใช้งานง่ายกว่า แต่คุณสมบัติก็ยังจัดเต็ม สำหรับ User ทั่วไป แนะนำให้ใช้ตัว Pro น่าจะเหมาะสมกว่าครับ

มีอะไรใหม่

หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมที่ใช้งานได้จริงและติดตั้งไม่ยาก Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา หน้านี้อธิบายตั้งแต่ว่าโปรแกรมทำอะไรได้ ต้องใช้เครื่องสเปกเท่าไร วิธีติดตั้งทีละขั้นตอน รวมถึงข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ หากเครื่องมีสเปกจำกัดRevo Uninstaller Pro 5.5.2เป็นอีกทางเลือกที่กินทรัพยากรน้อยกว่า

พัฒนาโดย Auslogics รองรับMultilingual รายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดดูได้จากตารางข้อมูลไฟล์ในกล่องดาวน์โหลดด้านบนหน้านี้

สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนเริ่มคือโปรแกรมแต่ละตัวถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกัน การเลือกโปรแกรมให้ตรงกับงานที่ทำจริงสำคัญกว่าการเลือกตัวที่มีฟังก์ชันเยอะที่สุด เพราะฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้ไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่ทำให้หาเครื่องมือที่ต้องการยากขึ้น

ความต้องการของระบบสำหรับ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1

ข้อมูลไฟล์และข้อกำหนดของ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ที่ควรตรวจสอบก่อนดาวน์โหลด

รายการรายละเอียด
ระบบปฏิบัติการWindows 7 / Windows 8.1 /Windows 11/10
ขนาดไฟล์ที่ต้องดาวน์โหลด25 MB
ประเภทไฟล์*.rar
ภาษาที่รองรับMultilingual
ผู้พัฒนาAuslogics

นอกจากตารางด้านบน ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ในเครื่องของคุณด้วย เพราะเป็นสาเหตุของปัญหาการติดตั้งที่พบบ่อยที่สุด

  • พื้นที่ว่างบนดิสก์ ต้องเผื่อไว้ประมาณสองเท่าของขนาดไฟล์ เพราะต้องใช้พื้นที่ทั้งเก็บไฟล์ที่ดาวน์โหลด และพื้นที่สำหรับแตกไฟล์ออกมาอีกชุดหนึ่ง
  • สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ บัญชีที่ใช้ติดตั้งต้องเป็นบัญชีผู้ดูแล ถ้าเป็นบัญชีผู้ใช้ทั่วไปจะติดตั้งไม่สำเร็จ หรือติดตั้งได้แต่โปรแกรมทำงานไม่ครบ
  • โปรแกรมแตกไฟล์ ต้องมี WinRAR หรือ 7-Zip เวอร์ชันใหม่ติดตั้งอยู่ก่อน ตัวแตกไฟล์ที่มาพร้อม Windows รองรับเฉพาะ ZIP และไม่รองรับไฟล์ที่ตั้งรหัสผ่านบางรูปแบบ
  • ชุดไฟล์ประกอบของระบบ โปรแกรมส่วนใหญ่ต้องใช้ Microsoft Visual C++ Redistributable และ .NET Framework ถ้าเครื่องยังไม่มีจะเปิดโปรแกรมไม่ขึ้นและมักขึ้น error หาไฟล์ .dll ไม่เจอ
  • Windows ที่อัปเดตแล้ว เครื่องที่ไม่ได้อัปเดตมานานอาจขาดไลบรารีที่โปรแกรมรุ่นใหม่ต้องใช้

คุณสมบัติเด่นของ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1

ก่อนตัดสินใจติดตั้ง ลองดูว่าความสามารถเหล่านี้ตรงกับงานที่คุณต้องทำหรือไม่

  • แปลงรูปแบบพาร์ทิชัน — เปลี่ยนระหว่าง MBR และ GPT ได้โดยไม่เสียข้อมูลในหลายกรณี
  • ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อย — กินแรมและซีพียูไม่มากเมื่อเทียบกับโปรแกรมชุดใหญ่ที่ทำงานคล้ายกัน จึงเปิดค้างไว้ได้โดยไม่ทำให้เครื่องหน่วง
  • ย้อนกลับการทำงานได้ — รองรับการยกเลิกคำสั่งย้อนหลังหลายขั้น ทำให้ลองผิดลองถูกได้โดยไม่กลัวเสียงาน
  • ค้นหาภายในโปรแกรมได้ — มีช่องค้นหาสำหรับหาไฟล์ คำสั่ง หรือรายการภายใน ซึ่งเร็วกว่าการไล่เปิดเมนูทีละอัน
  • โคลนไดรฟ์ทั้งลูก — คัดลอกระบบทั้งหมดไปไดรฟ์ใหม่เพื่อย้ายจากฮาร์ดดิสก์ไป SSD โดยไม่ต้องลง Windows ใหม่
  • ทำงานได้บนเครื่องสเปกกลาง — ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องแรงมาก คอมพิวเตอร์สำนักงานหรือโน้ตบุ๊กทั่วไปก็ใช้งานได้ตามปกติ
  • แบ่งและปรับขนาดพาร์ทิชัน — ย่อ ขยาย หรือย้ายพาร์ทิชันได้โดยไม่ต้องฟอร์แมตใหม่ทั้งไดรฟ์
  • ส่งออกผลลัพธ์ได้หลายรูปแบบ — เลือกฟอร์แมตปลายทางได้ตามการใช้งาน ทั้งสำหรับเก็บไว้ใช้ต่อและสำหรับส่งให้ผู้อื่น
  • ติดตั้งง่าย ใช้งานได้ทันที — ตัวติดตั้งทำงานแบบอัตโนมัติเกือบทั้งหมด กดผ่านไปตามขั้นตอนแล้วเปิดใช้งานได้เลย ไม่ต้องตั้งค่าอะไรซับซ้อนก่อนเริ่มใช้
  • อัปเดตต่อเนื่อง — ผู้พัฒนายังออกเวอร์ชันใหม่อยู่เรื่อย ๆ ทั้งแก้ข้อผิดพลาดและเพิ่มความสามารถ ทำให้ใช้งานร่วมกับ Windows เวอร์ชันใหม่ได้
  • ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา — หลังติดตั้งเสร็จสามารถใช้งานฟังก์ชันหลักแบบออฟไลน์ได้ เหมาะกับเครื่องที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
  • หน้าตาโปรแกรมเป็นระเบียบ — จัดกลุ่มเครื่องมือไว้ตามหมวดหมู่ ทำให้หาฟังก์ชันที่ต้องการได้เร็ว แม้เป็นผู้ใช้ใหม่ที่ยังไม่เคยใช้โปรแกรมประเภทนี้
  • มีคู่มือและชุมชนผู้ใช้ — เป็นโปรแกรมที่มีผู้ใช้จำนวนมาก จึงหาบทความสอนใช้งานและวิธีแก้ปัญหาได้ง่ายเมื่อติดขัด
  • ตั้งค่าเก็บไว้ได้ — ค่าที่ปรับไว้จะถูกจำไว้ให้ ไม่ต้องตั้งใหม่ทุกครั้งที่เปิดโปรแกรม ช่วยให้ทำงานซ้ำ ๆ ได้เร็วขึ้น

ฟังก์ชันทั้งหมดนี้ใช้ได้ทันทีหลังติดตั้งโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการปรับให้เข้ากับลักษณะงานเฉพาะทาง ให้ดูหัวข้อเทคนิคการใช้งานด้านล่าง

วิธีดาวน์โหลด Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1

ขั้นตอนการดาวน์โหลดไฟล์จากหน้านี้ทำได้ตามลำดับต่อไปนี้

  1. เลื่อนขึ้นไปที่กล่องลิงก์ดาวน์โหลด ด้านบนของหน้า ซึ่งรวมลิงก์ทั้งหมดที่มีไว้ในที่เดียว
  2. เลือกลิงก์ที่ต้องการ หากมีหลายลิงก์ให้เริ่มจากลิงก์แรก ลิงก์ที่เหลือเป็นลิงก์สำรอง ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกันแต่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ต่างกัน
  3. รอหน้าเตรียมไฟล์ ระบบจะพาไปยังหน้ารอสักครู่ก่อนเริ่มดาวน์โหลด
  4. ตรวจสอบขนาดไฟล์ เมื่อดาวน์โหลดเสร็จ ให้เทียบขนาดไฟล์กับที่ระบุไว้ในตารางข้อมูลไฟล์ ถ้าขนาดไม่ตรงกันแปลว่าดาวน์โหลดไม่ครบ ต้องโหลดใหม่
ไฟล์นี้ถูกบีบอัดพร้อมรหัสผ่าน mawto ต้องใส่รหัสนี้ตอนแตกไฟล์ และต้องแตกด้วย WinRAR หรือ 7-Zip เท่านั้น

แนะนำให้ใช้โปรแกรมช่วยโหลด สำหรับไฟล์ขนาดใหญ่ เพราะสามารถโหลดต่อจากจุดเดิมได้เมื่อเน็ตหลุด ซึ่งประหยัดเวลากว่าการเริ่มโหลดใหม่ทั้งไฟล์มาก หากยังไม่เคยดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บนี้ ให้อ่านวิธีดาวน์โหลดไฟล์ ประกอบ

วิธีติดตั้ง Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ทีละขั้นตอน

ทำตามลำดับด้านล่างนี้ ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินสิบนาทีสำหรับไฟล์ขนาดปกติ

  1. ตรวจไฟล์ก่อนเปิด ลากไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาไปวางที่ VirusTotal เพื่อสแกนด้วยเอนจินตรวจไวรัสกว่า 70 ตัวพร้อมกัน ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีและควรทำทุกครั้ง
  2. แตกไฟล์ โดยใส่รหัสผ่าน mawto คลิกขวาที่ไฟล์แล้วเลือก Extract Here หรือ Extract to folder แนะนำให้แตกลงโฟลเดอร์ใหม่เพื่อไม่ให้ไฟล์ปนกับไฟล์อื่น
  3. ปิดโปรแกรมที่ไม่เกี่ยวข้อง ปิดโปรแกรมอื่นที่เปิดอยู่ให้หมด เพื่อลดโอกาสที่ไฟล์บางตัว จะถูกล็อกอยู่ระหว่างการติดตั้ง
  4. เปิดตัวติดตั้งด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล คลิกขวาที่ไฟล์ setup แล้วเลือก Run as administrator ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะตัวติดตั้งต้องเขียนไฟล์ลงโฟลเดอร์ระบบและลงทะเบียนค่าในรีจิสทรี
  5. เลือกโฟลเดอร์ติดตั้ง ปล่อยเป็นค่าเริ่มต้นได้ในกรณีทั่วไป ถ้าไดรฟ์ C มีพื้นที่เหลือน้อย ให้เปลี่ยนไปติดตั้งบนไดรฟ์อื่นที่มีพื้นที่พอ
  6. รอจนติดตั้งเสร็จ ห้ามปิดหน้าต่างหรือปิดเครื่องระหว่างนี้ การขัดจังหวะกลางคันมักทำให้ต้องถอนออกแล้วติดตั้งใหม่ทั้งหมด
  7. รีสตาร์ตเครื่อง แม้ตัวติดตั้งจะไม่ได้บังคับ การรีสตาร์ตหนึ่งรอบช่วยให้ค่าที่ลงทะเบียนไว้ มีผลครบถ้วนและลดปัญหาโปรแกรมเปิดไม่ขึ้นในครั้งแรก
  8. เปิดโปรแกรมและตรวจสอบ เปิดขึ้นมาดูว่าทำงานปกติ เมนูแสดงผลถูกต้อง และฟังก์ชันหลักใช้ได้ตามที่คาดไว้
ถ้าโปรแกรมป้องกันไวรัสแจ้งเตือนระหว่างแตกไฟล์หรือติดตั้ง ให้ตรวจไฟล์ด้วย VirusTotal ก่อนตัดสินใจ และอย่าปิดระบบป้องกันทิ้งไว้หลังติดตั้งเสร็จ การปิดแอนตี้ไวรัสค้างไว้เป็นสาเหตุที่มัลแวร์เข้าเครื่องบ่อยที่สุด

วิธีใช้งาน Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ให้ได้ผลดีที่สุด

หลังติดตั้งเสร็จ หัวข้อต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ควรทำหรือควรรู้ในช่วงเริ่มใช้งาน

หยุดใช้ไดรฟ์ที่ข้อมูลหายทันที

ทุกครั้งที่มีการเขียนข้อมูลใหม่ลงไดรฟ์ พื้นที่ของไฟล์ที่ถูกลบอาจถูกเขียนทับและกู้คืนไม่ได้อีก ถ้าข้อมูลที่หายอยู่ในไดรฟ์ระบบ ให้ปิดเครื่องแล้วถอดไดรฟ์ไปต่อกับเครื่องอื่นเพื่อกู้ จะได้ผลดีกว่าการกู้จากเครื่องเดิมที่ยังใช้ไดรฟ์นั้นบูตอยู่

สแกนแบบเร็วก่อนแบบลึก

เริ่มจากการสแกนแบบเร็วซึ่งใช้เวลาไม่นานและมักพบไฟล์ที่เพิ่งลบไปได้ครบ ถ้ายังไม่เจอไฟล์ที่ต้องการค่อยสั่งสแกนแบบลึก ซึ่งอ่านทุกเซกเตอร์และอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่กู้ได้แม้ตารางไฟล์เสียหายทั้งหมด

เริ่มใช้งานครั้งแรก

เมื่อเปิดโปรแกรมครั้งแรก แนะนำให้เข้าไปดูหน้าตั้งค่าก่อนหนึ่งรอบ เพื่อกำหนดภาษา โฟลเดอร์เก็บงาน และรูปแบบการบันทึกไฟล์ให้ตรงกับที่ใช้จริง การตั้งค่าเหล่านี้ทำครั้งเดียว แล้วโปรแกรมจะจำไว้ตลอด ช่วยลดขั้นตอนซ้ำ ๆ ในการใช้งานครั้งต่อไป ถ้าต้องการเทียบกับตัวเลือกอื่นก่อนตัดสินใจ ลองดูMP3Gain 1.3.4ประกอบด้วย

บันทึกงานเป็นระยะ

ตั้งให้โปรแกรมบันทึกงานอัตโนมัติทุกไม่กี่นาทีหากมีตัวเลือกนี้ และกดบันทึกเองทุกครั้งที่ทำงานสำคัญเสร็จ ไฟฟ้าดับหรือโปรแกรมปิดตัวเองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ การบันทึกบ่อยคือวิธีป้องกันที่ง่ายที่สุด

บันทึกไฟล์ที่กู้ได้ลงไดรฟ์อื่นเสมอ

ตอนเลือกโฟลเดอร์ปลายทางสำหรับไฟล์ที่กู้ ต้องเลือกไดรฟ์อื่นที่ไม่ใช่ไดรฟ์ต้นทาง การบันทึกกลับลงไดรฟ์เดิมจะเขียนทับข้อมูลที่ยังกู้ไม่เสร็จและทำให้เสียไฟล์ที่เหลือไปด้วย

ใช้คีย์ลัดให้คุ้ม

โปรแกรมส่วนใหญ่มีคีย์ลัดสำหรับคำสั่งที่ใช้บ่อย เช่น บันทึก เปิดไฟล์ ย้อนกลับ และทำซ้ำ การจำคีย์ลัดเพียงห้าถึงสิบตัวที่ใช้บ่อยที่สุดจะลดเวลาทำงานลงได้อย่างเห็นได้ชัด ดูรายการคีย์ลัดทั้งหมดได้จากเมนูช่วยเหลือภายในโปรแกรม

แก้ปัญหา Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ที่พบบ่อย

ตารางด้านล่างรวมอาการที่ผู้ใช้แจ้งเข้ามามากที่สุด พร้อมสาเหตุและวิธีแก้ที่ได้ผล

อาการสาเหตุและวิธีแก้
แตกไฟล์ไม่ได้ ขึ้นว่าไฟล์เสียหายต้องใส่รหัส mawto และดาวน์โหลดไม่ครบเป็นสาเหตุหลัก ให้เทียบขนาดไฟล์กับตารางข้อมูลไฟล์ ถ้าไม่ตรงให้โหลดใหม่ด้วยโปรแกรมช่วยโหลด
แอนตี้ไวรัสลบไฟล์ทิ้งระหว่างแตกตรวจไฟล์ด้วย VirusTotal ก่อน ถ้ามั่นใจว่าปลอดภัยจึงเพิ่มโฟลเดอร์นั้นเข้ารายการยกเว้นชั่วคราว แล้วเอาออกหลังติดตั้งเสร็จ
ติดตั้งแล้วเปิดโปรแกรมไม่ขึ้นขาดชุดไฟล์ประกอบของระบบ ให้ติดตั้ง Visual C++ Redistributable ทุกเวอร์ชันและ .NET Framework แล้วรีสตาร์ตเครื่อง
ขึ้น error หาไฟล์ .dll ไม่เจอไฟล์ถูกแอนตี้ไวรัสลบไประหว่างแตกไฟล์ ให้แตกไฟล์ใหม่ในโฟลเดอร์ที่ตั้งยกเว้นไว้ ไม่ใช่ดาวน์โหลดไฟล์ .dll จากเว็บอื่นมาวางเอง
ติดตั้งไม่ได้ ขึ้นว่าไม่มีสิทธิ์คลิกขวาที่ตัวติดตั้งแล้วเลือก Run as administrator และตรวจว่าบัญชีที่ใช้เป็นบัญชีผู้ดูแลระบบ
เมนูโปรแกรมเป็นสี่เหลี่ยมหรืออ่านไม่ออกระบบไม่มีฟอนต์ที่โปรแกรมเรียกใช้ หรือ System Locale ไม่ตรง ให้ตั้ง Locale ให้ตรงกับภาษาโปรแกรมแล้วรีสตาร์ต
โปรแกรมค้างหรือปิดตัวเองระหว่างใช้มักมาจากแรมไม่พอหรือไดรเวอร์การ์ดจอเก่า ให้ปิดโปรแกรมอื่น อัปเดตไดรเวอร์ และเพิ่มขนาด Virtual Memory
ติดตั้งทับเวอร์ชันเก่าแล้วมีปัญหาถอนเวอร์ชันเดิมออกให้หมดก่อน รีสตาร์ตหนึ่งรอบ แล้วค่อยติดตั้งเวอร์ชันใหม่ การติดตั้งทับมักทำให้ค่าเก่าค้างและชนกัน
ดาวน์โหลดสะดุดหรือหลุดกลางทางใช้โปรแกรมช่วยโหลดที่รองรับการโหลดต่อ และลองปิด VPN หรือเปลี่ยนเบราว์เซอร์

ถ้าลองทั้งหมดแล้วยังไม่ได้

ให้ลำดับการตรวจสอบดังนี้ ถอนโปรแกรมออกให้หมดจดก่อน รีสตาร์ตเครื่อง ดาวน์โหลดไฟล์ใหม่ทั้งไฟล์ แล้วติดตั้งอีกครั้งบนเครื่องที่ปิดโปรแกรมอื่นทั้งหมด กรณีส่วนใหญ่ที่แก้ไม่ได้ด้วยวิธีอื่นมักหายไปหลังทำขั้นตอนนี้ เพราะสาเหตุจริงคือไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาไม่สมบูรณ์หรือมีไฟล์เก่าค้างอยู่ในเครื่อง ผู้ใช้หลายคนติดตั้งFxSound Pro 1.2.11ไว้ใช้ร่วมกับ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 เพราะทำงานเสริมกันได้

เทคนิคและการตั้งค่าที่แนะนำ

เมื่อใช้ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ไปสักระยะแล้ว การปรับค่าต่อไปนี้จะช่วยให้ทำงานได้เร็วและราบรื่นขึ้น

จัดระเบียบไฟล์งาน

สร้างโฟลเดอร์แยกตามโครงการหรือตามเดือนไว้ล่วงหน้า แล้วตั้งให้โปรแกรมบันทึกงานลงที่นั้นเป็นค่าเริ่มต้น การทำแบบนี้ช่วยให้ค้นไฟล์เก่าได้เร็วขึ้นมากเมื่อไฟล์เริ่มสะสมเป็นจำนวนมาก และทำให้สำรองข้อมูลได้ง่ายเพราะรู้ว่างานทั้งหมดอยู่ที่ไหน

ติดตั้งโปรแกรมลงไดรฟ์อื่น

ห้ามติดตั้งโปรแกรมกู้ข้อมูลลงในไดรฟ์เดียวกับที่ต้องการกู้ เพราะไฟล์ติดตั้งจะเขียนทับข้อมูลที่ต้องการ ให้ติดตั้งลงไดรฟ์อื่นหรือใช้เวอร์ชันพกพาที่รันจากแฟลชไดรฟ์

เก็บไฟล์งานไว้บน SSD

ถ้าเครื่องมีทั้ง SSD และฮาร์ดดิสก์จานหมุน ให้เก็บไฟล์ที่กำลังทำงานอยู่บน SSD และย้ายไฟล์เก่าที่ไม่แตะแล้วไปเก็บบนฮาร์ดดิสก์ ความต่างของความเร็วในการเปิดและบันทึกไฟล์เห็นได้ชัด

อัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอ

โปรแกรมรุ่นใหม่หลายตัวใช้การ์ดจอช่วยประมวลผล ไดรเวอร์ที่เก่าเกินไปทำให้ฟังก์ชันเหล่านี้ ทำงานไม่ได้หรือทำให้โปรแกรมปิดตัวเอง แนะนำให้อัปเดตไดรเวอร์จากเว็บผู้ผลิตการ์ดจอโดยตรง

สำรองการตั้งค่าที่ปรับไว้

หลังปรับค่าต่าง ๆ จนพอใจแล้ว ให้ส่งออกไฟล์การตั้งค่าเก็บไว้หากโปรแกรมมีตัวเลือกนี้ เมื่อต้องลง Windows ใหม่หรือย้ายไปเครื่องอื่นก็นำเข้ากลับได้ทันที ไม่ต้องนั่งตั้งใหม่ทั้งหมด

เปรียบเทียบกับโปรแกรมตัวอื่นในหมวดเดียวกัน

ถ้า Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ยังไม่ตรงกับที่ต้องการ ตารางด้านล่างรวมโปรแกรมตัวอื่นที่ทำงานใกล้เคียงกัน พร้อมขนาดไฟล์และระบบที่รองรับ เพื่อใช้เทียบก่อนตัดสินใจ

โปรแกรมขนาดไฟล์ระบบที่รองรับ
MiniTool Partition Wizard 13.9125 / 749 MBWindows 7 / 8.1 /Windows 10/11 (x6
EaseUS Partition Master 20.5218.91 MB / 789.4 MBWindows XP/ Vista / 7 / 8 and 8.1
FxSound Pro 1.2.1169 MBWindows 7 / 8.1 / Windows 11 / 10
HD Tune Pro 6.005 MBWindows 7 / Windows 8 and 8.1 /10
HDD Regenerator 2024 v20.24.0.08 MBWindows XP/ Windows 7 / Windows 8
Symantec Ghost 12.0.0.13027486 / 386 / 302 MBWindows 11 / Windows 10 / 8.1
Macrium Reflect 10.0.8843 (ตัวเต็ม)550 MB / 1.03 GBWindows 11 / Windows 10 / 8.1 / 7
AOMEI Partition Assistant 10.11.084 / 856 MBWindows 11 / 10 / 8.1 / Vista / XP

การเลือกระหว่างโปรแกรมเหล่านี้ ให้ดูจากงานที่ต้องทำจริงเป็นหลัก ไม่ใช่จำนวนฟังก์ชันที่โปรแกรมโฆษณาไว้ โปรแกรมที่เล็กและทำงานเฉพาะอย่างได้ดี มักใช้งานสะดวกกว่าโปรแกรมใหญ่ที่มีทุกอย่างแต่หาเครื่องมือที่ต้องการยาก

ข้อดีและข้อจำกัดของ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1

การรู้ทั้งจุดแข็งและข้อจำกัดล่วงหน้าช่วยให้ตัดสินใจได้ว่า Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 เหมาะกับงานของคุณหรือไม่

ข้อดีของ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1

  • ค่าเริ่มต้นที่ให้มาใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม
  • มีผู้ใช้จำนวนมาก จึงหาวิธีแก้ปัญหาและบทเรียนสอนใช้งานได้ง่าย
  • ฟังก์ชันหลักครบตามที่งานประจำวันต้องการ
  • ติดตั้งง่าย ขั้นตอนไม่ซับซ้อน เหมาะกับผู้ใช้ที่ไม่ถนัดเรื่องเทคนิค

ข้อจำกัดของ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ที่ควรรู้

  • ฟังก์ชันบางส่วนต้องใช้เวลาเรียนรู้ก่อนจะใช้ได้คล่อง
  • ต้องตรวจสอบความต้องการของระบบก่อน เพราะเครื่องที่สเปกไม่ถึงจะทำงานได้ไม่เต็มที่
  • ขนาดไฟล์ 25 MB ต้องเผื่อพื้นที่ดิสก์และเวลาดาวน์โหลดให้พอ

Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 เหมาะกับใคร

โปรแกรมตัวนี้ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ต่อไปนี้เป็นหลัก

  • ผู้ที่ต้องพาไปใช้หลายเครื่อง — ถ้ามีเวอร์ชันพกพา สามารถใส่แฟลชไดรฟ์แล้วเปิดใช้กับเครื่องอื่นได้โดยไม่ต้องติดตั้ง
  • นักเรียนนักศึกษา — ใช้ทำงานส่งอาจารย์ได้ครบตามที่ต้องการ และมีบทเรียนสอนใช้งานให้ค้นหาได้ทั่วไป
  • ผู้ใช้ที่เครื่องสเปกไม่สูง — ทำงานได้บนคอมพิวเตอร์ทั่วไปโดยไม่ต้องอัปเกรดฮาร์ดแวร์ก่อน
  • ผู้ใช้ที่ทำงานกับไฟล์จำนวนมาก — มีฟังก์ชันทำงานเป็นชุดซึ่งประหยัดเวลาได้มากเมื่อต้องจัดการไฟล์หลายสิบหรือหลายร้อยไฟล์

ในทางกลับกัน ถ้างานของคุณต้องการความสามารถเฉพาะทางที่ลึกกว่านี้ หรือต้องทำงานร่วมกับทีมที่ใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐานอื่นอยู่แล้ว ควรพิจารณาโปรแกรมในหมวดเดียวกันที่ระบุไว้ท้ายหน้านี้ประกอบด้วย เพราะการเลือกเครื่องมือให้ตรงกับลักษณะงานสำคัญกว่าการเลือกตัวที่คนใช้กันมากที่สุด

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

การดาวน์โหลดโปรแกรมจากอินเทอร์เน็ตมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมาจากแหล่งไหน การมีขั้นตอนตรวจสอบก่อนติดตั้งประจำจะช่วยลดโอกาสที่เครื่องจะติดมัลแวร์ได้อย่างมาก

  • ตรวจไฟล์ก่อนเปิดทุกครั้ง อัปโหลดไฟล์ไปตรวจที่ VirusTotal ซึ่งใช้เอนจินตรวจไวรัสหลายสิบตัวพร้อมกัน ให้ผลแม่นยำกว่าการพึ่งแอนตี้ไวรัสตัวเดียวในเครื่อง
  • เทียบขนาดไฟล์กับที่ระบุไว้ ถ้าขนาดไม่ตรงกับตารางข้อมูลไฟล์ อย่าเปิดไฟล์นั้น เพราะอาจดาวน์โหลดไม่ครบหรือได้ไฟล์ผิดตัวมา
  • อย่าปิดแอนตี้ไวรัสค้างไว้ ถ้าจำเป็นต้องยกเว้นชั่วคราว ให้ยกเว้นเฉพาะโฟลเดอร์เดียว และตั้งกลับเป็นค่าเดิมทันทีหลังติดตั้งเสร็จ
  • สร้างจุดคืนค่าระบบก่อนติดตั้ง ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ทำให้ย้อนระบบกลับได้ทั้งหมด หากโปรแกรมทำให้เครื่องมีปัญหา
  • สำรองไฟล์งานสำคัญ เก็บสำเนาไว้ในไดรฟ์แยกหรือบนคลาวด์ การสำรองแบบออฟไลน์ เป็นการป้องกันแรนซัมแวร์ที่ได้ผลที่สุดเท่าที่มี
  • อย่าติดตั้งโปรแกรมประเภทเดียวกันซ้อนกัน โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันไวรัส ซึ่งถ้ามีสองตัวทำงานพร้อมกันจะชนกันจนตรวจจับพลาดและทำให้เครื่องช้า

การทำตามรายการด้านบนเป็นกิจวัตรใช้เวลาเพิ่มไม่เกินห้านาทีต่อการติดตั้งหนึ่งครั้ง แต่ลดความเสี่ยงลงได้มาก เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องเสียไปกับการล้างเครื่องและลง Windows ใหม่ ถือว่าคุ้มค่าอย่างชัดเจน

ศัพท์เทคนิคที่ควรรู้

คำศัพท์ที่พบบ่อยในหน้านี้และในคู่มือการใช้งาน Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 พร้อมคำอธิบายแบบเข้าใจง่าย

คำศัพท์ความหมาย
Run as administratorการเปิดโปรแกรมด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ จำเป็นเมื่อโปรแกรมต้องเขียนไฟล์ลงโฟลเดอร์ระบบ
Disk imageไฟล์สำเนาของไดรฟ์ทั้งลูก ควรสร้างไว้ก่อนกู้ข้อมูลเพื่อไม่ให้ไดรฟ์ต้นทางเสียหายเพิ่ม
Redistributableชุดไฟล์ประกอบที่โปรแกรมหลายตัวต้องใช้ร่วมกัน เช่น Visual C++ Redistributable ถ้าไม่มีในเครื่องโปรแกรมจะเปิดไม่ขึ้น
Localeการตั้งค่าภูมิภาคของระบบ มีผลกับการแสดงภาษา วันที่ และการอ่านตัวอักษรของโปรแกรมที่ไม่รองรับ Unicode
File signatureรูปแบบข้อมูลเฉพาะที่อยู่ต้นไฟล์แต่ละชนิด ใช้ระบุประเภทไฟล์ได้แม้ชื่อไฟล์หายไปแล้ว
x64 / x86x64 หมายถึงระบบ 64 บิต ซึ่งเป็นมาตรฐานของเครื่องปัจจุบัน ส่วน x86 คือ 32 บิต ที่ใช้ในเครื่องรุ่นเก่า
Quick Formatการฟอร์แมตแบบเร็วซึ่งลบเฉพาะตารางดัชนีไฟล์ ไม่ได้ลบข้อมูลจริง จึงยังมีโอกาสกู้คืนได้
Portableเวอร์ชันที่ไม่ต้องติดตั้ง เปิดใช้จากโฟลเดอร์หรือแฟลชไดรฟ์ได้ทันที เหมาะกับการพาไปใช้กับเครื่องอื่น
Checksumค่าตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ ใช้ยืนยันว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาไม่เสียหายและไม่ถูกแก้ไข
System Restore Pointจุดคืนค่าระบบ เป็นสำเนาการตั้งค่าของ Windows ณ เวลาหนึ่ง ใช้ย้อนระบบกลับได้เมื่อเกิดปัญหา
Bad sectorพื้นที่บนดิสก์ที่อ่านเขียนไม่ได้ตามปกติ จำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าไดรฟ์กำลังจะเสีย

เช็กลิสต์ก่อนและหลังติดตั้ง Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1

รายการตรวจสอบสั้น ๆ นี้ครอบคลุมสาเหตุของปัญหาเกือบทั้งหมดที่ผู้ใช้แจ้งเข้ามา ใช้เวลาไล่ดูไม่เกินสองนาที แต่ช่วยประหยัดเวลาแก้ปัญหาภายหลังได้มาก

ก่อนดาวน์โหลด

  • ตรวจว่า Windows ที่ใช้อยู่ตรงกับที่ระบุไว้ในตารางความต้องการของระบบ
  • ตรวจพื้นที่ว่างบนไดรฟ์ ควรเหลือมากกว่า 25 MB อย่างน้อยสองเท่า
  • ติดตั้ง WinRAR หรือ 7-Zip ไว้ก่อน สำหรับใช้แตกไฟล์
  • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร หรือใช้โปรแกรมช่วยโหลด ที่โหลดต่อได้

หลังดาวน์โหลดเสร็จ

  • เทียบขนาดไฟล์กับที่ระบุไว้ในตารางข้อมูลไฟล์ ถ้าไม่ตรงให้โหลดใหม่
  • ตรวจไฟล์ด้วย VirusTotal ก่อนเปิดทุกครั้ง
  • เตรียมรหัสแตกไฟล์ mawto ไว้ให้พร้อม
  • สร้างจุดคืนค่าระบบไว้ก่อนติดตั้ง เพื่อให้ย้อนกลับได้หากมีปัญหา

หลังติดตั้งเสร็จ

  • เปิดโปรแกรมตรวจดูว่าทำงานปกติและเมนูแสดงผลถูกต้อง
  • เปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสกลับ หากปิดหรือยกเว้นไว้ชั่วคราว
  • เข้าไปตั้งค่าโฟลเดอร์เก็บงานและภาษาให้ตรงกับที่ใช้จริง
  • สำรองไฟล์การตั้งค่าเก็บไว้ เผื่อต้องติดตั้งใหม่ในอนาคต

ถ้าทำครบทุกข้อแล้วยังพบปัญหา ให้ดูหัวข้อ แก้ปัญหา Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ที่พบบ่อย ในหน้านี้ ซึ่งแยกอาการและวิธีแก้ไว้เป็นตารางให้ค้นหาได้เร็ว

เรื่องลิขสิทธิ์ที่ควรรู้

ผู้ใช้จำนวนมากค้นหาคำว่า Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ถาวร หรือ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ฟรี ไม่ต้องลงทะเบียน จึงควรเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ให้ตรงกันก่อน

ซอฟต์แวร์แบ่งได้หลายประเภทตามเงื่อนไขการใช้งาน ฟรีแวร์ คือโปรแกรมที่ผู้พัฒนาให้ใช้ฟรี ได้จริงโดยไม่มีกำหนดเวลา โอเพนซอร์ส เปิดเผยซอร์สโค้ดและมักให้ใช้ฟรีทั้งส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ ส่วน ทดลองใช้ ให้ใช้ครบทุกฟังก์ชันในระยะเวลาจำกัด เช่น 30 วัน แล้วต้องซื้อลิขสิทธิ์ และ เชิงพาณิชย์ คือต้องซื้อก่อนใช้ตั้งแต่ต้น

ดูประเภทลิขสิทธิ์ของไฟล์ในหน้านี้ได้จากตารางข้อมูลไฟล์ด้านบน โปรแกรมนี้พัฒนาโดย Auslogics หากเป็นซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์และคุณใช้งานในเชิงธุรกิจหรือใช้กับเครื่องขององค์กร การซื้อลิขสิทธิ์ถูกต้องเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าทั้งในแง่กฎหมายและในแง่ความปลอดภัยของข้อมูล เพราะได้รับการอัปเดตความปลอดภัยและการสนับสนุนจากผู้พัฒนาโดยตรง ถ้าใช้ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 แล้วยังขาดฟังก์ชันบางอย่าง สามารถเสริมด้วยAcronis Disk Director 12.5 [Full] + BootCD โได้

หากงบประมาณเป็นข้อจำกัด แนะนำให้มองหาโปรแกรมที่เป็นฟรีแวร์หรือโอเพนซอร์สแทน ซึ่งปัจจุบันมีคุณภาพใกล้เคียงกับซอฟต์แวร์เสียเงินในหลายหมวด ดูตัวเลือกได้จากตารางเปรียบเทียบในหน้านี้ และจากหมวดฟรีแวร์ ของเว็บไซต์

วิธีถอนการติดตั้ง Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ให้หมดจด

หากต้องการเลิกใช้ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 หรือต้องติดตั้งใหม่เพราะมีปัญหา การถอนให้หมดจดสำคัญมาก เพราะไฟล์และค่าที่ค้างอยู่มักเป็นสาเหตุที่ทำให้ติดตั้งใหม่แล้วยังเจอปัญหาเดิม

  1. ปิดโปรแกรมให้สนิท ตรวจไอคอนในถาดระบบมุมขวาล่างด้วย เพราะหลายโปรแกรมยังทำงานอยู่เบื้องหลัง แม้จะปิดหน้าต่างหลักไปแล้ว หากยังทำงานอยู่ ไฟล์บางตัวจะถูกล็อกและลบไม่ได้
  2. ถอนผ่านหน้าตั้งค่าของ Windows ไปที่ Settings แล้วเลือก Apps จากนั้นหาชื่อโปรแกรมในรายการ แล้วกด Uninstall ปล่อยให้ตัวถอนทำงานจนเสร็จ
  3. รีสตาร์ตเครื่อง ไฟล์บางตัวจะถูกลบจริงหลังรีสตาร์ตเท่านั้น ข้ามขั้นตอนนี้ไม่ได้
  4. ลบโฟลเดอร์ที่เหลือ ตรวจดูที่ C:\Program Files และ C:\Program Files (x86) ว่ายังมีโฟลเดอร์ของโปรแกรมค้างอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้ลบทิ้ง
  5. ลบไฟล์การตั้งค่าของผู้ใช้ เปิด Run แล้วพิมพ์ %appdata% และ %localappdata% เพื่อเข้าไปดูว่ามีโฟลเดอร์ของโปรแกรมเหลืออยู่หรือไม่ ส่วนนี้คือที่เก็บการตั้งค่าและแคช ซึ่งตัวถอนมักไม่ลบให้
  6. ล้างค่าที่ค้างในรีจิสทรี ใช้เครื่องมือถอนโปรแกรมเฉพาะทาง ซึ่งจะสแกนหาค่าที่ชี้ไปยังไฟล์ที่ไม่มีอยู่แล้วและลบให้ ปลอดภัยกว่าการเข้าไปแก้รีจิสทรีเอง
ถ้าถอนเพื่อจะติดตั้งใหม่ ให้ทำครบทั้งหกขั้นตอนแล้วรีสตาร์ตอีกครั้งก่อนติดตั้ง การติดตั้งทับทันทีโดยไม่ล้างของเก่ามักได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม

การอัปเดตและดูแลรักษา Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1

โปรแกรมที่ติดตั้งทิ้งไว้นาน ๆ โดยไม่ดูแลมักเริ่มมีปัญหาเมื่อ Windows อัปเดตรุ่นใหญ่ รายการต่อไปนี้ช่วยให้ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ใช้งานได้ต่อเนื่อง

ตรวจสอบเวอร์ชันที่ใช้อยู่

เข้าไปดูที่เมนู Help หรือ About ภายในโปรแกรมเพื่อดูเลขเวอร์ชันปัจจุบัน การรู้เลขเวอร์ชันมีประโยชน์เวลาค้นหาวิธีแก้ปัญหา เพราะวิธีแก้ของแต่ละเวอร์ชันมักไม่เหมือนกัน และช่วยให้รู้ว่าควรอัปเดตหรือยัง

ควรอัปเดตหรือไม่

หากเวอร์ชันที่ใช้อยู่ทำงานได้ดีอยู่แล้วและไม่มีปัญหา การอยู่กับเวอร์ชันเดิมไปก่อนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย เวอร์ชันใหม่บางครั้งเปลี่ยนหน้าตาหรือย้ายตำแหน่งเมนู ทำให้ต้องปรับตัวใหม่ แต่ถ้าเจอข้อผิดพลาดที่แก้ไม่ได้ หรือต้องเปิดไฟล์จากโปรแกรมเวอร์ชันใหม่กว่า การอัปเดตก็จำเป็น ก่อนอัปเดตทุกครั้งควรสำรองไฟล์งานและไฟล์การตั้งค่าไว้ก่อน

สำรองการตั้งค่าและไฟล์งาน

ตั้งตารางสำรองไฟล์งานสำคัญไว้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเก็บสำเนาไว้บนไดรฟ์อื่น หรือบนคลาวด์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครื่องตลอดเวลา วิธีนี้ป้องกันได้ทั้งกรณีดิสก์เสีย และกรณีติดแรนซัมแวร์ ซึ่งจะเข้ารหัสทุกไดรฟ์ที่มองเห็นจากเครื่องที่ติด

จัดการพื้นที่ดิสก์

โปรแกรมส่วนใหญ่สร้างไฟล์ชั่วคราวและแคชไว้ระหว่างใช้งาน ซึ่งสะสมขึ้นเรื่อย ๆ หากพื้นที่ดิสก์เริ่มเหลือน้อย ให้เข้าไปล้างไฟล์แคชจากหน้าตั้งค่าของโปรแกรมก่อน แล้วค่อยใช้เครื่องมือล้างไฟล์ขยะของระบบ เก็บส่วนที่เหลือ ควรเหลือพื้นที่ว่างบนไดรฟ์ระบบไว้อย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ Windows ทำงานได้ปกติ

ใช้ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 บนเครื่องสเปกไม่สูง

ถ้าเครื่องของคุณเป็นรุ่นเก่าหรือเป็นโน้ตบุ๊กที่เน้นความประหยัดพลังงาน การปรับต่อไปนี้ช่วยให้ Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ทำงานได้ลื่นขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์

  • ปิดโปรแกรมอื่นให้เหลือน้อยที่สุด โดยเฉพาะเบราว์เซอร์ที่เปิดหลายแท็บ ซึ่งมักกินแรมมากกว่าตัวโปรแกรมที่กำลังใช้งานจริง
  • เพิ่มขนาด Virtual Memory ตั้งไฟล์เพจจิ้งไว้ที่ประมาณหนึ่งเท่าครึ่งของขนาดแรมจริง และวางไว้บนไดรฟ์ที่เร็วที่สุดในเครื่อง ช่วยลดอาการโปรแกรมปิดตัวเองเมื่อแรมเต็ม
  • ตั้งโหมดพลังงานเป็นประสิทธิภาพสูง โน้ตบุ๊กที่ตั้งโหมดประหยัดพลังงานจะจำกัดความเร็วซีพียู ทำให้งานที่ใช้การประมวลผลหนักช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ปิดเอฟเฟกต์ภาพของ Windows ปิดแอนิเมชันและความโปร่งใสของหน้าต่าง คืนทรัพยากรให้โปรแกรมที่กำลังใช้งานได้บ้าง
  • ย้ายไฟล์งานไปไว้บน SSD ถ้าเครื่องมี SSD แม้จะความจุน้อย ให้เก็บไฟล์ที่กำลังทำงานอยู่ไว้ที่นั่น ความต่างของความเร็วในการเปิดและบันทึกไฟล์เห็นได้ชัดเจนกว่าการอัปเกรดอย่างอื่น
  • ปิดโปรแกรมที่เปิดพร้อมเครื่อง โปรแกรมที่ตั้งให้เปิดตอนบูตจะกินแรมอยู่ตลอด ทั้งที่อาจไม่ได้ใช้เลยในแต่ละวัน
  • ล้างพื้นที่ดิสก์ให้เหลือพอ ไดรฟ์ระบบที่เหลือพื้นที่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ทั้งระบบช้าลง เพราะ Windows ไม่มีที่ให้เขียนไฟล์ชั่วคราว

หลังปรับตามรายการด้านบนแล้ว หากยังทำงานไม่ลื่นพอ ให้พิจารณาใช้โปรแกรมตัวที่เล็กกว่า ซึ่งดูรายการได้จากตารางเปรียบเทียบในหน้านี้ โปรแกรมที่ทำงานเฉพาะอย่างมักกินทรัพยากร น้อยกว่าโปรแกรมชุดใหญ่ที่รวมทุกฟังก์ชันไว้หลายเท่า

โปรแกรมอื่นที่น่าสนใจ

สรุป

Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 เป็นโปรแกรมที่พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วจากกล่องลิงก์ด้านบนของหน้านี้

ก่อนติดตั้ง ให้ตรวจสอบสามอย่างนี้อีกครั้ง หนึ่งคือเครื่องของคุณตรงตามความต้องการของระบบ สองคือมีพื้นที่ว่างบนดิสก์เผื่อไว้ประมาณสองเท่าของขนาดไฟล์ และสามคือมีโปรแกรมแตกไฟล์อย่าง WinRAR หรือ 7-Zip ติดตั้งอยู่แล้ว พร้อมจดรหัสแตกไฟล์ mawto ไว้ด้วย

หากพบปัญหาระหว่างติดตั้งหรือใช้งาน ให้ดูหัวข้อ แก้ปัญหา Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ที่พบบ่อย ด้านบนก่อน ซึ่งครอบคลุมอาการที่ผู้ใช้แจ้งเข้ามามากที่สุดไว้แล้วพร้อมวิธีแก้ทีละขั้น และอย่าลืมตรวจไฟล์ด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัสก่อนเปิดทุกครั้ง งานบางประเภทอาจเหมาะกับAcronis True Image Build 42980มากกว่า ขึ้นอยู่กับลักษณะไฟล์ที่ต้องจัดการ

⬇ ลิงก์ดาวน์โหลด — Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1

ขนาดไฟล์25 MB
ประเภท*.rar
รหัสแตกไฟล์mawto
ระบบปฏิบัติการWindows 7 / Windows 8.1 /Windows 11/10
ภาษาMultilingual
ผู้พัฒนาAuslogics
Risk Level🔴เสี่ยงสูง (High Risk)
อัปเดตล่าสุด2025-12-25

🛡 ตรวจสอบไฟล์ด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัสก่อนติดตั้งทุกครั้ง

ภาพหน้าจอ

คำถามที่พบบ่อย

Auslogics Disk Defrag Pro 12.1.0.1 ใช้กับ Windows 11 ได้ไหม
ดูหัวข้อ ความต้องการของระบบ ด้านบน ซึ่งระบุระบบปฏิบัติการที่ไฟล์ชุดนี้รองรับไว้ชัดเจน หากเครื่องของคุณตรงตามที่ระบุก็ติดตั้งได้ตามปกติ
แตกไฟล์ไม่ได้ ขึ้นว่าต้องใส่รหัสผ่าน
ไฟล์ถูกบีบอัดพร้อมรหัสผ่าน ดูรหัสได้จากตาราง ข้อมูลไฟล์ ในกล่องดาวน์โหลดด้านบน และต้องแตกด้วย WinRAR หรือ 7-Zip เวอร์ชันใหม่เท่านั้น โปรแกรมแตกไฟล์ในตัวของ Windows ใช้ไม่ได้
โปรแกรมป้องกันไวรัสแจ้งเตือนไฟล์นี้ ควรทำอย่างไร
ให้ตรวจไฟล์ด้วย VirusTotal ก่อนเปิดทุกครั้ง และอย่าปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสทิ้งไว้ หลังติดตั้งเสร็จ
ดาวน์โหลดไม่ได้ ลิงก์เสีย ต้องทำอย่างไร
ลองลิงก์สำรองในกล่องดาวน์โหลดก่อน ถ้ายังไม่ได้ให้ลองปิด VPN หรือเปลี่ยนเบราว์เซอร์ และแนะนำให้ใช้ โปรแกรมช่วยโหลด เพื่อให้โหลดต่อได้เมื่อเน็ตหลุด
รหัสแตกไฟล์คืออะไร
รหัสแตกไฟล์คือ mawto แสดงไว้ในตารางข้อมูลไฟล์ด้านบนด้วย

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง